ทะเลไทย คือ

ทะเลไทย หมายถึง พื้นที่ทางทะเลที่อยู่ในเขตน่านน้ำของประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมทั้ง ทะเลอันดามัน ทางฝั่งตะวันตก และ อ่าวไทย ทางฝั่งตะวันออกของประเทศ โดยมีชายฝั่งยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร และมีเกาะน้อยใหญ่มากกว่า 500 เกาะทั่วประเทศ เช่น ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะหลีเป๊ะ เกาะเต่า ฯลฯ

ตอนที่ 1 : ทำไมทะเลไทยคือจุดหมายของนักเดินทาง

ตอนที่ 2 : กิจกรรมห้ามพลาดในทะเลไทย

ตอนที่ 3 : 10 อันดับทะเลไทยที่ต้องไปสักครั้ง

ตอนที่ 4 : เที่ยวทะเลไทยอย่างยั่งยืน

ตอนที่ 5 : สรุป

ทำไม ทะเลไทย คือจุดหมายของนักเดินทาง

ทะเลไทย

ประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ทะเลไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

  1. วิวทะเลที่สวยติดอันดับโลก

จากน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวนวล จนถึงพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก ทั้ง เกาะพีพี เกาะหลีเป๊ะ เกาะเต่า หรือ เกาะกูด ล้วนขึ้นชื่อว่างดงามระดับโลก จนปรากฏในสารคดีและภาพยนตร์ต่างประเทศมากมาย

  1. ความหลากหลายทางธรรมชาติ

ปะการังสีสด สัตว์ทะเลหายาก และโลกใต้ทะเลสุดมหัศจรรย์ ทำให้ทะเลไทยเหมาะกับทั้งดำน้ำลึก ดำน้ำตื้น พายเรือคายัค หรือแม้แต่การนั่งชมธรรมชาติริมฝั่ง

  1. วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น

ที่ทะเลไทย คุณจะได้สัมผัส วิถีชีวิตชาวประมง การทำอาหารทะเลสดๆ การนั่งเรือหางยาว และการต้อนรับจากชาวบ้านที่อบอุ่นและยิ้มแย้มแบบไทยๆ

  1. ค่าใช้จ่ายไม่สูง คุ้มค่าทุกบาท

เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียหรือยุโรป ทะเลไทยมีราคาถูกกว่า แต่คุณภาพการบริการ ที่พัก และอาหารทะเลสดอร่อยกลับไม่เป็นรองใคร

  1. จุดถ่ายรูปสวย-กิจกรรมหลากหลาย

ตั้งแต่ชายหาดสงบๆ ไปจนถึงปาร์ตี้เกาะฟูลมูน ทะเลไทยตอบโจทย์ทุกสไตล์นักเดินทาง สายธรรมชาติ สายแอดเวนเจอร์ หรือสายชิล ก็สามารถเล่น หวยไว ได้

กิจกรรมห้ามพลาดใน ทะเลไทย

ทะเลไทย

7 กิจกรรมห้ามพลาดใน ทะเลไทย

ทะเลไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดฟินที่พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ทุกสายเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสายชิล สายลุย หรือสายรักธรรมชาติ ไปดูเลยว่าไปทะเลไทยทั้งที ต้องทำอะไรบ้าง

  1. ดำน้ำชมปะการัง

หมู่เกาะสิมิลัน / เกาะเต่า / เกาะหลีเป๊ะ คือสวรรค์ของนักดำน้ำ น้ำใสแจ๋ว ปะการังหลากสี และฝูงปลานับพัน สัมผัสโลกใต้ทะเลที่งดงามจนลืมหายใจ

 

  1. พายคายัค ชมธรรมชาติใกล้ชิด

ไม่ว่าจะเป็น อ่าวพังงา หรือ ทะเลกระบี่ การพายเรือคายัคผ่านถ้ำและซอกหินปูน คือกิจกรรมชิลๆ ที่ได้ทั้งออกกำลังและเสพธรรมชาติ

 

  1. ล่องเรือดูโลมา

ที่ เกาะสมุย หรือ บางขุนเทียน มีทัวร์ล่องเรือดูโลมาในธรรมชาติสุดน่ารัก ได้ทั้งรูปสวยและความประทับใจ

 

  1. ชมพระอาทิตย์ตกดินที่หาดดัง

แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต หรือ หาดทรายรี เกาะเต่า คือจุดชมพระอาทิตย์ตกที่โรแมนติกระดับโลก นั่งจิบเครื่องดื่มชิล ๆ พร้อมวิวที่คุณไม่มีวันลืม

 

  1. เดินหาหอย-ดูปูชายหาด

กิจกรรมง่ายๆ แต่น่ารักสุดๆ สำหรับสายครอบครัวหรือคนรักธรรมชาติ เช่นที่ หาดเจ้าหลาว หรือ อ่าวมะนาว

 

  1. ลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ

มาให้ถึงทะเลไทย อย่าลืมแวะร้านอาหารพื้นบ้าน ซีฟู้ดสด ๆ จับจากเรือ รสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ ทั้งเผา ยำ ต้มยำ ฟินทุกคำ

 

  1. ปาร์ตี้ริมชายหาด / Full Moon Party

สายแสง สี เสียง ต้องไม่พลาด Full Moon Party ที่เกาะพะงัน หรือบีชบาร์เก๋ ๆ ทั่วทะเลใต้ สนุกทั้งคืนไม่มีหลับ

10 อันดับ ทะเลไทย ที่ต้องไปสักครั้ง

ทะเลไทย
  1. หมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์ (พังงา)

เป็นดั่งมงกุฎเพชรแห่งทะเลอันดามัน ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีครามใสราวคริสตัล หาดทรายขาวบริสุทธิ์ และโลกใต้ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ติดอันดับโลก เหมาะสำหรับนักดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกที่ต้องการสัมผัสความงามของแนวปะการังที่สมบูรณ์และสัตว์ทะเลหายาก

  1. เกาะหลีเป๊ะ (สตูล)

ได้รับฉายาว่า มัลดีฟส์เมืองไทย ด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสไล่ระดับ หาดทรายขาวละเอียดนุ่มเท้า และบรรยากาศที่เงียบสงบสวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อน ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น และชมพระอาทิตย์ตกดินอันน่าประทับใจ

  1. หมู่เกาะพีพี (กระบี่)

เป็นไอคอนิกของทะเลไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยหน้าผาหินปูนสูงตระหง่าน น้ำทะเลสีมรกต และหาดทรายขาวบริสุทธิ์อย่างอ่าวมาหยา (แม้บางช่วงจะจำกัดการเข้าชมเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ) เหมาะสำหรับเที่ยวเกาะ ดำน้ำ และสัมผัสชีวิตยามค่ำคืนที่คึกคัก

  1. เกาะเต่าและเกาะนางยวน (สุราษฎร์ธานี)

สวรรค์ของนักดำน้ำและผู้ที่ต้องการเรียนดำน้ำ มีจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกมากมาย เหมาะสำหรับทุกระดับทักษะ ส่วนเกาะนางยวนโดดเด่นด้วยสันทรายที่เชื่อมเกาะเล็กๆ 3 เกาะเข้าด้วยกัน เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์

  1. เกาะลันตา (กระบี่)

เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความสงบและบรรยากาศสบายๆ ไม่วุ่นวาย มีหาดทรายยาวหลายแห่งที่เหมาะแก่การพักผ่อน เดินเล่นชมพระอาทิตย์ตก และสำรวจวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น มีทั้งความเงียบสงบและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

  1. เกาะกูด (ตราด)

เป็นเกาะใหญ่ในฝั่งอ่าวไทยที่ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติไว้ได้มาก มีน้ำตกสวยงามหลายแห่งให้ไปสำรวจ ชายหาดเงียบสงบ น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและพักผ่อนกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

  1. ภูเก็ต

เกาะที่ใหญ่ที่สุดของไทยและเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามัน มีหาดทรายสวยงามหลายแห่ง เช่น หาดป่าตอง หาดกะรน หาดกะตะ และหาดในหาน ที่พักหลากหลายรูปแบบ ร้านอาหารมากมาย และแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่คึกคัก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเดินทางไปยังเกาะอื่นๆ ในฝั่งอันดามัน

  1. เกาะช้าง (ตราด)

เกาะใหญ่อันดับสองของไทยในฝั่งอ่าวไทย มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งภูเขา ป่าไม้ น้ำตก และชายหาดสวยงาม เหมาะสำหรับกิจกรรมหลากหลาย เช่น เดินป่า เล่นน้ำตก ดำน้ำ และพักผ่อนริมหาด มีที่พักและกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ ในการเล่น หวยไว

  1. เกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี)

เกาะยอดนิยมฝั่งอ่าวไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีหาดทรายสวยงาม เช่น หาดเฉวง หาดละไม และหาดบ่อผุด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งรีสอร์ตหรู ร้านอาหาร บาร์ และกิจกรรมมากมาย เหมาะสำหรับทุกกลุ่มนักท่องเที่ยว ตั้งแต่คู่รักไปจนถึงครอบครัว

  1. กระบี่

จังหวัดกระบี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด ด้วยเอกลักษณ์ของหน้าผาหินปูนสูงเสียดฟ้า ทะเลสีมรกต และหมู่เกาะน้อยใหญ่ที่สวยงาม เช่น หาดไร่เลย์ ถ้ำพระนาง เกาะห้อง และทะเลแหวก เหมาะสำหรับกิจกรรมปีนผา พายเรือคายัค และเที่ยวเกาะ

เที่ยวทะเลไทยอย่างยั่งยืน

  1. ไม่ทิ้งขยะลงทะเลหรือชายหาด : พลาสติกเพียงชิ้นเดียวอาจคร่าชีวิตสัตว์ทะเลได้ ไม่ว่าจะถุง แก้ว หลอด ควรเก็บกลับ หรือหาที่ทิ้งให้ถูกต้อง
  2. หลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีสารอันตรายต่อปะการัง : เลือกใช้ครีมกันแดดที่เป็น “reef-safe” ปราศจาก oxybenzone และ octinoxate เพื่อไม่ทำลายแนวปะการัง
  3. ไม่เหยียบ ไม่จับ ไม่เก็บปะการัง : ปะการังเติบโตช้ามาก การเหยียบหรือดึงขึ้นมาเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เสียหายถาวร
  4. สนับสนุนชุมชนท้องถิ่น : พักโฮมสเตย์ กินอาหารพื้นบ้าน ซื้อของฝากจากคนในพื้นที่ ช่วยให้เงินหมุนเวียนในชุมชน สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
  5. ร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ทะเล : อาสาดำน้ำเก็บขยะ ปลูกปะการัง หรือเรียนรู้ระบบนิเวศทะเล ร่วมเป็นพลังในการฟื้นฟูธรรมชาติ

สรุป

ทะเลเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่า ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม จึงควรได้รับการดูแลอย่างจริงจัง เพื่อให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้ชื่นชมและใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน